ผู้เขียน หัวข้อ: การซ่อมมือถือ บำรุงดูแลรักษาโทรศัพท์มือถือ  (อ่าน 142 ครั้ง)

panne rattana

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 209
    • ดูรายละเอียด
การบำรุงดูแลรักษาโทรศัพท์มือถือ ถามว่า..คุณเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือทุกๆ กี่ปีครับ? ถ้าถามแบบนี้บางคนอาจตอบเลยว่าไม่ถึงปี! ด้วยหลากหลายเหตุผลทั้งอย่างใช้ของใหม่ ทำของเก่าหาย หรือของเก่างอแงงี่เง่า และมีอาการร่อแร่ก็ตามแต่ และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด สิ่งที่คุณพึงต้องทำตลอดอายุการใช้งานโทรศัพท์มือถือนั้นก็คือ การดูแลรักษามันไว้ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะดูแลเพื่อให้มีราคาเวลาขายต่อหรือเทิร์นเครื่องใหม่ หรือรักษาเครื่องให้ใช้งานไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณเอง


ชิ้นส่วนในโทรศัพท์มือถือมากมายซับซ้อนขนาดนี้ จะไม่ให้รักษาดีๆ ได้อย่างไร?

วิธีการและเคล็ดลับในการดูแลรักษาโทรศัพท์มือถือก็เป็นเรื่องที่ต่างคนก็ต่างมีวิธีเป็นของตนเอง ซึ่งอาจจะได้มาจากประสบการณ์ หรือทางอินเตอร์เน็ต หรือคำบอกเล่าจากเพื่อนฝูง แต่วิธีที่เราจะมาแนะนำคุณในวันนี้คือคำแนะนำ “5 อย่า” แค่อย่าทำก็เป็นการดูแลโทรศัพท์มือถือของคุณให้ให้มีอายุยืนยาวได้แล้ว! ง่ายๆ อย่างนี้จะมีอย่าอะไรบ้าง มาชมกันครับ


1. อย่ารอให้แบตเตอรี่หมดแล้วค่อยชาร์จ

หากคุณเข้าใจว่าการยืดอายุโทรศัพท์มือถือนั้นจะต้องนานๆ ชาร์จที หรือรอให้แบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วค่อยชาร์จ ถือเป็นความคิดที่ผิดครับ! เพราะแบตเตอรี่ Li-ion หรือ Li-polymer ที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือยุคปัจจุบันนั้นเขาไม่ได้นับครั้งชาร์จแล้ว แต่ตัวการทำให้แบตเตอรี่เสื่อมนั้นคือ “ความร้อน” ต่างหาก ยิ่งแบตเตอรี่ใกล้หมด เวลาชาร์จก็ก็ยิ่งนาน แล้วจะยิ่งสะสมความร้อนในเครื่องสูงจนทำให้เสื่อมเร็วกว่าปกติ ดังนั้นไม่ต้องรอให้หมด สะดวกเมื่อไหร่ก็ชาร์จได้ครับ ใช้กลางวันแล้วชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืนก็ได้ จะชาร์จระหว่างวันก็ได้ และไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะเสื่อมเพราะเสียบไว้นาน หากแบตเตอรี่เต็มโทรศัพท์มือถือเขามีระบบตัดไฟอัตโนมัติอยู่แล้ว

นอกจากนี้ชาร์จโทรศัพท์มือถือแล้วเอาหมอน ผ้าห่ม หรือสิ่งของมาทับก็ไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะนั่นจะทำให้โทรศัพท์มือถืออมความร้อน เสื่อมเร็วได้อีกเหมือนกันครับ และนานๆ ทีค่อยรีดแบตเตอรี่จนหมดแล้วค่อยชาร์จใหม่เพื่อเป็นการเคลียประจุไฟก็จะยิ่งรักษาทั้งเครื่องและแบตเตอรี่ให้ยืนยาวได้เหมือนกัน


2. อย่าเอามือถือไปอาบน้ำหรือตากฝนเป็นเพื่อน

เชื่อว่าผู้ใช้หลายๆ คนนั้นอินดี้ ชอบฟังเพลงหรือดูวิดีโอในห้องน้ำ แม้โทรศัพท์มือถือของคุณจะไม่เปียกน้ำ และยืนยันว่าวางไว้บนชั้นที่ห่างไกลจากฝักบัว แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หยดน้ำหรอกครับ ปัญหามันอยู่ที่สิ่งที่มองไม่เห็นนั่นก็คือความชื้น ยิ่งอาบน้ำอุ่นแล้วสัมผัสกับอากาศเย็นควบแน่นกลายเป็นไอน้ำหรือฝ้าที่ติดตามกระจกด้วยแล้วล่ะก็ ความชื่นก็สามารถเข้าไปทำลายโทรศัพท์มือถือของคุณได้อย่างรวดเร็ว และทะลุทะลวงได้ถึงด้านในเครื่อง โดยเฉพาะหน้าทองเหลืองต่างๆ ในเครื่องที่จะออกซิเดชั่นกับอากาศ และกลายเป็นสนิมเขียวได้! ซึ่งการนำโทรศัพท์มือถือไปตากฝน แม้จะอยู่ในกางเกงหรือในกระเป๋า หรืออยู่ใกล้ละอองน้ำทุกรูปแบบก็ทำให้เกิดปัญหาได้เหมือนกัน

หากเลี่ยงไม่ได้และอยากฟังจริงๆ แนะนำให้เลือกซื้อโทรศัพท์มือถือที่กันน้ำได้ครับ โดยในปัจจุบันก็มี Samsung Galaxy S5 ที่ป้องกันฝนได้ หรือจะเป็นกลุ่ม Sony Xperia ที่จะมีฝาปิดช่องเสียบทุกส่วนของเครื่อง สามารถกันน้ำได้อย่างดีเยี่ยมจนน้ำไปเล่นในสระน้ำได้ในความลึก 1.5 เมตรเลยทีเดียว

 
3. อย่าใส่มือถือรวมกับของอย่างอื่นในกระเป๋า

อย่านี้สำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ (ผู้ชายก็ด้วยถ้าคุณใช้กระเป๋า) ยิ่งกระเป๋าถือเป็นกระเป๋าวิเศษของโดราเอมอนด้วยแล้วต้องยิ่งต้องระวัง เพราะโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะหน้าจอจะไม่ถูกกับการเสียดสีทุกชนิดไม่ว่าจะวัตถุใดๆ ก็ตามแต่ และการสิ่งของภายในกระเป๋าก็ไม่ได้อยู่นิ่ง แต่จะขยับเขยื้อนตามก้าวที่คุณเดิน หากมีกุญแจบ้านหรือปากกา มันก็จะเข้าไปขูดกับโทรศัพท์มือถือได้ ถ้ามีแป้งฝุ่นหรือแป้งพับก็มีโอกาสที่ฝุ่นผงจะเข้าไปสร้างความยุ่งยากภายในเครื่องของคุณ ดังนั้นหาช่องให้โทรศัพท์มือถือของคุณไว้เป็นพิเศษสักช่องเพื่อเก็บมันไว้ให้ปลอดภัย และยังหยิบใช้ง่ายอีกด้วยครับ

แน่นอนว่ากรณีนี้แม้แต่คุณใส่เคสหรือติดฟิล์มกันรอย ก็มีโอกาสที่ขอบมุมของโทรศัพท์มือถือหรือตัวเคสและฟิล์มเองจะเสียไปด้วย ซึ่งผมเคยเจอกรณีใส่โทรศัพท์มือถือรวมกับ iPad ในกระเป๋าคอมพิวเตอร์ แล้วปรากฏว่าขอบของ iPad ไปขูดฟิล์มหน้าจอจนเป็นรอยถากเป็นแนวยาว สุดท้ายรำคาญตาก็ต้องเปลี่ยนฟิล์มใหม่ แล้วคุณจะต้องเสียเงินซื้อเคสหรือฟิล์มบ่อยๆ แบบนี้ทำไมครับ?

 
4. อย่าปิด GPS กับรหัสผ่านเลย

สมมุติว่าคุณลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ไหนสักแห่งหรือถูกขโมยไป แล้วคุณดันปิด GPS และไม่ได้ล็อกรหัสผ่านหน้าจอเอาไว้ คุณควรจะทำอย่างไรครับ? กรณีนี้ขอแนะนำให้ลืมมันไปซะและซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เลยดีกว่า เพราะการปิด GPS เอาไว้คุณจะไม่สามารถใช้ระบบติดตามเครื่องอย่าง Find My iPhone หรือ Android Device Manager ได้ คุณก็จะไม่มีทางรู้ตำแหน่งเครื่องของคุณ และยิ่งปิดล็อกรหัสผ่านหน้าจอไว้ด้วย คนที่ขโมยไปก็สามารถล้างข้อมูลในเครื่องของคุณออกได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น!

 
5. อย่าใช้อุปกรณ์จ่ายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน

เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ครับสำหรับการชาร์จมือถือแล้วระเบิด ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกิดจากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่เข้ากันทั้งนั้น อย่างที่ชาร์จหรือสายชาร์จโนเนมที่คุณซื้อมาไว้สำรอง หรือซื้อมาไว้ใช้แทนที่ชาร์จของแท้ที่อาจจะทำหายไป หรือการนำที่ชาร์จต่างชนิดมาใช้กับโทรศัพท์มือถือ เช่นนำที่ชาร์จแท็บเล็ตมาใช้ โดยไม่รู้ว่ามันจ่ายกำลังไฟแตกต่างกัน ทำให้ระบบรับไฟในโทรศัพท์มือถือเกิดความผิดปกติและลัดวงจร หรือไหม้ได้ ดังที่มีให้เห็นเป็นข่าวอยู่หลายครั้ง

ดังนั้นหากคุณต้องการมีที่ชาร์จสำรอง หรือทำที่ชาร์จเก่าหาย ก็ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะเลือกใช้ที่ชาร์จและสายของแท้จากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเอง ซึ่งก็มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปตามศูนย์บริการและร้านค้าต่างๆ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็เลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน มอก. ชัดเจน และจ่ายกำลังไฟเท่ากับที่ชาร์จเดิมของคุณ โดยปกติโทรศัพท์มือถือจะรับไฟ 1A สามารถตรวจสอบได้ที่ป้ายรายละเอียดบนที่ชาร์จครับ

การซ่อมมือถือ บำรุงดูแลรักษาโทรศัพท์มือถือ คลิ๊กที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=sYntSJn61LM

 


gle = window.adsbygoogle || []).push({});