ผู้เขียน หัวข้อ: 4 กลยุทธ์ในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า  (อ่าน 267 ครั้ง)

turianlek

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 81
    • ดูรายละเอียด
เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของคนในช่วงปัจจุบันกันไปเสียแล้ว เราแทบจะวาดภาพไม่ได้เลยว่า หากเราไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าเราจะใช้ชีวิตได้อย่างไร สิ่งที่เคยทำได้ราบรื่นอย่าง การหุงข้าว หรือแม้แต่การต้มน้ำ ก็จะต้องกลับไปมีขั้นตอนที่ซับซ้อนเหมือนอย่างในสมัยโบราณ  นอกจากนั้นความง่ายดายและเรื่องสำราญใจต่าง ๆ ที่เราได้รับจากเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะไม่มี เช่น แอร์ พัดลม หรือโทรทัศน์

ทุกเคหสถานจึงต้องมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความง่ายดายในการดำรงชีวิตแต่ละวัน หลักการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีความคล้ายคลึงกัน คือเป็นการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ ที่เรานำไปใช้งานได้ทันที เช่น พลังงานความร้อน พลังงานแสง หรือพลังงานกล

เมื่อ เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้กลายเป็นสิ่งขาดไม่ได้เช่นนี้  อุปกรณ์ไฟฟ้าจึงมีหลายอย่างและมีการสร้างและจำหน่ายออกมามากมายหลายยี่ห้อให้คัดเลือกกันไม่หวาดไม่ไหว  ใครๆจึงน่าจะต้องได้โอกาสในการเลือกสรรอุปกรณ์ไฟฟ้ากันบ้าง ไม่มากก็น้อย การรู้เคล็ดในการคัดเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะทำให้เราสามารถคัดเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพดี ประหยัดไฟ ปลอดภัยเมื่อใช้งาน คุ้ม และคงทนถาวร


วันนี้เรามี 4 เคล็ดในการคัดเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้ามาฝากกันค่ะ
1. ประหยัดไฟ สิ่งสำคัญอันดับแรกในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าก็คือการประหยัดไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดไฟได้มากกว่าจะมีฉลากเบอร์ 5 ติดแสดงอยู่ แม้ว่ามูลค่าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 อาจมีราคาสูงกว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปราศจากฉลากนี้ แต่หากมองในระยะยาวความคุ้มค่าจากการประหยัดไฟน่าจะทำให้เกิดความคุ้มค่ายิ่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟอย่างมากอย่างเครื่องปรับอากาศ
2. ปลอดภัย อุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะเลือกเฟ้นซื้อมาใช้งานควรต้องมีความปลอดภัย เพราะเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของไฟฟ้า แม้ว่าการใช้อย่างถูกวิธีจะเป็นข้อสำคัญ แต่ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกจัดทำขึ้นมาจะต้องได้มาตรฐานการทำตามข้อกำหนดของอุตสาหกรรมด้วย ในฐานะลูกค้าเรามองได้จากเครื่องหมาย มอก. หรือเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้าที่รับประกันว่ามีความปลอดภัย
3. มีคุณภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้า ประเภทเดียวกัน มียี่ห้อ คุณภาพ และมูลค่าที่หลากหลาย การเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีสนนราคาถูกแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ อาจทำให้ได้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้ไม่คงทน แทนที่จะมีอายุการใช้ในนาน 5 ปี 10 ปี กลับใช้สอยได้เพียงแค่ 2-3 ปีเท่านั้น แล้วก็ต้องเสียค่าซ่อมแซมทำนุบำรุงเป็นเงินมากมาย ไม่คุ้มเอาเสียเลย ดังนั้นการเลือกเฟ้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพดี มียี่ห้อหรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก แม้อาจมีสนนราคาแพงกว่าบ้าง แต่น่าจะใช้ได้คงทนถาวรมากกว่า
4. บริการหลังการขาย อุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ก็มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายหรือพังขึ้นได้ บริการหลังการขายจึงเป็นเรื่องใหญ่มาก ปกติเครื่องใช้ไฟฟ้ามักจะมีการประกันสินค้า 1 ปีบ้าง 2 ปีบ้าง หรือ 5 ปีแล้วแต่อย่างและยี่ห้อของอุปกรณ์ไฟฟ้า หากว่าใช้งานไฟฟ้า|อุปกรณ์ไฟฟ้า}มีการเสียในระหว่างรับประกัน บริษัทจะทำการซ่อมให้ฟรีปราศจากค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเกินระยะเวลาประกันไปแล้ว ก็จะต้องส่งซ่อมแซมโดยเสียค่าใช้งานจ่ายเอง ชื่อเสียงของแบรนด์อุปกรณ์ไฟฟ้าในเรื่องบริการหลังการขายเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรทบทวนถึงก่อนเลือกเฟ้นอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อไม่ให้ถึงเวลาที่จะต้องส่งซ่อมแล้วมีปัญหา หรือใช้งานเวลานมนานในการซ่อม


หวังว่าเทคนิคการเลือกสรรซื้อ เครื่องใช้ไฟฟ้า 4 ข้อที่ว่ามาจะพอเป็นลู่ทางและเป็นประโยชน์ในการเลือกสรรอุปกรณ์ไฟฟ้าครั้งต่อไปของคุณ ๆ ได้ค่ะ

 


gle = window.adsbygoogle || []).push({});